เพราะอะไรสาวๆถึงหลงรักลูกกลิ้งหินหยก

ในยุคปัจจุบันมีนวัตกรรมทันสมัยมากมายที่คิดค้นออกมาเพื่อช่วยเรื่องยกกระชับใบหน้า แต่มีไอเท็มหนึ่งที่ถูกคิดค้นมาเป็นเวลายาวนานกว่า 100 ปี นั่นคือลูกกลิ้งหินหยก ซึ่งเป็นไอเท็มบิวตี้จากแผนแพทย์จีนโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยีเหมือนสมัยนี้แม้อย่างไร ถึงจะผ่านมานานหลายปีเทคนิคการดูแลผิวหน้าด้วยลูกกลิ้งหินหยกก็ยังคงประสิทธิภาพไม่ตกยุค และยังสามารถดูแลผิวได้ทุกประเภท และเพื่อนๆเชื่อไหมคะว่าเทคนิคนี้เป็นเคล็ดลับที่นางแบบชื่อดัง วิคตอเรีย เบคแฮม ใช้ดูแลผิวตัวเองทุกวัน และนางยังเครมว่าเป็นวิธียกกระชับได้ดีมากๆ

ลูกกลิ้งหินหยกคืออะไร?

เป็นเทคนิคศาสตร์การแพทย์จีนโบราณด้วยพลังหินหยก ซึ่งพลังหินหยกนี้ช่วยลดความเครียด กำจัดของเสียในรูขุมขน เพราะหินหยกนั้นสามารถช่วยเพิ่มอุณภูมิผิวได้ และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนใต้ชั้นผิวหนังซึ่งเป็นตัวช่วยยกกระชับได้เป็นอย่างดีค่ะ

ลูกกลิ้งหินหยกมีกี่ประเภท?

หินโรสควอซต์ (Rose Quartz)
ขอเปิดด้วยหินชนิดโรสควอซต์ ด้วยคุณสมบัติของหินชนิดนี้ที่เกิดการผสมกันระหว่างไทเทเนียม เหล็กและแมงกานีส มีลักษณะเป็นสีชมพูอ่อน ออกสีหวานๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองใต้ชั้นผิว ลดความบวมรวมถึงอาการผิวอักเสบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า หินชนิดนี้เป็นหินแห่งความรัก ที่มีพลังช่วยเสริมพลังด้านบวกให้แก่เราอีกด้วย

หินหยก
หินประเภทที่สองที่หลายๆคนรู้จักกันดี นั่นคือหินหยก สำหรับคนจีนแล้ว หยกนั้นเป็นหินแห่งความมั่นคง ที่มีไว้ให้คนชนชั้นสูงใช้โดยเฉพาะ แถมหินชนิดนี้ยังนิยมใช้ดูแลความงาม อย่างเช่น กัวซา เป็นต้น โดยคุณสมบัติของหินหยกจะมีความเย็นที่ช่วยปรับธาตุให้สมดุล ดูดสารพิษ และช่วยระบายความร้อนได้ อีกทั้งความเชื่อของคนจีนโบราณยังเชื่อว่าการใช้หินหยกดูแลความงามนั้นจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ กระชับรูขุมขนให้แคบลง โดยในยุค ปัจจุบันสาวๆส่วนใหญ่นิยมใช้ลูกกลิ้งหินหยกควบคู่กับการลงเซรั่ม หรือ ครีมบำรุง ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของสกินแคร์ได้ซึมเข้าสู้ชั้นผิวได้เป็นอย่างดี

หินอะเมทิสต์
หินที่นิยมในประเภทสุดท้ายนั่นคือ หินอะเมทิสต์ ซึ่งหินชนิดนี้มีองค์ประกอบมาจากเหล็ก เป็นหินสีม่วงดูเล่อค่าซึ่งในยุคสสมัยก่อนของยุโรป หินชนิดนี้เป็นหินที่แสดงถึงความสูงศักดิ์ละเป็นสีที่ใช้ในราชวงศ์ เราจึงมักจะเห็นใช้ในเครื่องประดับมงกุฏ หรือสร้อยของพระราชินีหลายพระองค์ และยังมีความเชื่ออีกว่าลดความเครียดให้อารมณ์รวมถึงสุขภาพผิวกลับมามีสมดุลที่ดีอีกครั้งค่ะ

วิธีการนวดหน้าด้วยลูกกลิ้งหิน

  1. หลังจากทาสกินแคร์เสร็จแล้ว ให้ใช้หินด้านที่มีขนาดใหญ่นวดขึ้นตามแนวกรอบหน้าหรือกราม เริ่มจากบริเวณคางขึ้นไปยังหลังหู
  2. กลิ้งลูกกลิ้งหินจากหัวคิ้วขึ้นไปยังข้างไรผม
  3. เปลี่ยนมาใช้ลูกกลิ้งหินขนาดเล็ก นวดเบาจากบริเวณหัวตาผ่านใต้ไปยังถึงขมับ
  4. ขั้นตอนสุดท้าย คือนวดเหนือริมฝีปากและบริเวณคาง จากกึ่งกลางของคางออกไปทางด้างข้างหน้าแก้ม

*แนะนำว่าแต่ละขั้นตอนนวดแบบนี้วนไปขั้นตอนละ 5-10 นาทีค่ะ*

ข้อดีของการนวดหน้าด้วยลูกกลิ้งหิน

  • ช่วยผ่อนคลายเหมือนได้ไปทำสปาหน้าทุกวัน และเมื่อใช้ควบคู่กับสกินแคร์ก็จะช่วยบำรุงผิวหน้าไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสกินแคร์ให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีอีกด้วยค่ะ
  • ยิ่งนวด ใบหน้ายิ่งมีมิติ ยกกระชับ เพราะลูกกลิ้งหินนั้นมีคุณสมบัติจช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง ใครที่มีปัญหาบวมเค็ม บวมน้ำ ก็สามารถช่วยได้ค่ะ
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย หน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

จบไปแล้วกับลูกกลิ้งหิน หวังว่าสาวๆจะชื่นชอบบทความนี้ที่ผู้เขียนตั้งใจรวบรวมข้อมูลมาให้กันนะคะ แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาดูเเลตัวเองมากนัก เพราะต้องทำงานดึกและแต่ละขั้นตอนต้องมีเวลาดูแล แต่ก็อยากให้ใบหน้ากระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อย ผู้เขียนก็มีอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากจะแนะนำเพื่อนๆ เช่นเคยค่ะ นั่นคือการทำสวยด้วยเทคโนโลยี thermatight ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผิวเรื่องความหย่อนคล้อย หน้าไม่ได้รูป และลดไขมันส่วนเกิน โดยไม่ต้องผ่านตัดด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar จะส่งพลังงานลงลึกตั้งแต่ชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมันอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการหดรัดตัวของเส้นใยคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวรู้สึกยกกระชับและแข็งแรงมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

 

แชร์บทความนี้