ขับถ่ายไม่ดี สุขภาพแย่ หน้าเป็นสิว

ถ่ายไม่ปกติ ขับถ่ายไม่ดี สุขภาพแย่ หน้าเป็นสิว

โดยปกติแล้วทุกคนจะต้องขับถ่ายอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน เพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย หากมีของเสียสะสมเป็นเวลานาน จะขับของเสียออกทางผิวหนังอาจทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ และปัญหาของสิวตามมา เมื่อการขับถ่ายไม่ปกติก็จะทำให้เกิดการท้องผูกขึ้นควบคู่ หากยังไม่ทราบว่าปัญหาท้องผูกจะทำให้แย่ต่อเรายังไง วันนี้เราก็จะมายกตัวอย่างให้ได้อ่านกันค่ะ

ท้องผูกทำให้เกิดกลิ่นปาก

เมื่อมีของเสียตกค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานานจะเกิดการหมักหมมจนเกิดก๊าซ ซึ่งมีกลิ่นไม่พึงประสงค์จนออกมาทางกลิ่นปากและลมหายใจของเราได้

การท้องผูกทำให้ป่วยง่ายขึ้น

การสะสมของเสียไว้ในร่างกายเป็นระยะเวลานาน จะทำให้ระบบทางเดินอาหารมีปัญหาเสียสมดุล เกิดปัญหาในการดูดซับสารอาหาร ภูมิคุ้มกันก็จะต่ำลงและได้รับเชื้อโรคได้ง่ายขึ้นจึงทำให้ป่วยง่าย เบื้องต้นนั้นเราสามารถดูแลตัวเองไม่ให้ท้องผูกได้ด้วยการทานอาหารที่ดีต่อลำไส้

ทานอย่างไรให้ดีทั้งลำไส้และสุขภาพ

  1. กินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่นผัก, ผลไม้
  2. กินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ เช่น นมเปรี้ยว,โยเกิร์ต
  3. ดื่มน้ำให้มากพอต่อร่างกายในแต่ละวัน

ท้องผูกทำให้เป็นสิว

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่คนอาจมองข้ามไป แต่การที่ท้องผูกนั้นจะสะสมของเสียไว้ในร่างกายและขับออกมาทางผิวหนังจนก่อให้เกิดสิวขึ้น สิวอาจไม่ใช่ใหญ่สำหรับใครบางคน แต่จริงๆแล้วสิวนั้นอาจเรื้อรังและก่อปัญหาในระยะยาว
สิวเป็นปัญหาต่อเนื่องที่กวนใจได้ยังไง?

ต้นเหตุของการเกิดสิวมีปัจจัยหลักอยู่ 2 ปัจจัย

  1. ปัจจัยภายในร่างกาย
    • พันธุกรรม
    • ฮอร์โมน
  2. ปัจจัยภายนอก
    • เชื้อแบคทีเรีย
    • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดีกับผิว
    • สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดสิว เช่น มลภาวะ, สภาพแวดล้อม

ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลร่วมกัน จนทำให้เกิดการอุดตันของไขมันในรูขุมขนขึ้นจนก่อให้เกิดสิว เมื่ออุดตันมากๆอาจกลายเป็นสิวอักเสบ สิวเรื้อรัง จนอาจกลายเป็นหลุมสิวได้ในที่สุด

การรักษาสิวทั่วไป สิวอักเสบ สิวเรื้อรังนั้นมีหลายวิธี

  1. การใช้ยารักษา : ยาปฏิชีวนะมีฤทธิ์ในการช่วยลดเชื้อแบคทีเรียบนผิวของเรา และยังช่วยยับยั้งการอักเสบของผิวได้ หากเกิดจากฮอร์โมนก็จะต้องรับประทานยาเพื่อปรับฮอร์โมนให้คงที่เพื่อลดการเกิดสิว
  2. การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยา
    • ลดการรับประทานของมันของทอด หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง
    • ทำความสะอาดสิ่งของที่ใช้ในประจำวัน หมอน ผ้าห่ม ที่นอนต่างๆ
    • ล้างหน้าให้สะอาด
    • มาร์คหน้าลดสิว

 

วิธีรักษาหลุมสิวมี 2 แบบ ดังนี้

  1. วิธีรักษาหลุมสิวแบบธรรมชาติ : โดยวิธีนี้จะเห็นผลได้ช้ามากๆ และอาจเห็นผลได้น้อยกว่าการรักษาโดยแพทย์
  2. วิธีการรักษาหลุมสิว โดยแพทย์ : วิธีนี้ต้องมีการปรึกษากับแพทย์โดยตรง เพื่อประเมินความรุนแรงของหลุมสิว หากเป็นน้อยอาจรักษาโดยการทานยาและทายา แต่หากเป็นหลุมสิวที่รุนแรงก็อาจจะมีเรื่องหัตถการอื่นๆเข้ามารักษาด้วยตามความเหมาะสม

การทานอาหารดี ดูแลสุขภาพทั้งภายนอกและภายในควบคู่กับการออกกำลังกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราเจ็บป่วยน้อยลง ไม่ต้องกังวลใจกับปัญหาผิวหรือเรื่องอื่นๆที่จะแทรกเข้ามาด้วย ดังนั้น เราควรดูแลตัวเองอยู่ตลอดหมั่นสังเกตตัวเองกันด้วยนะคะ

แชร์บทความนี้